⚠️ เนื้อหานี้เป็นงานวิจัยและบันทึกการเทรดส่วนบุคคล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้จัดทำไม่ได้ให้บริการที่ปรึกษาที่ได้รับใบอนุญาต การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาและปรึกษาผู้แนะนำที่ได้รับใบอนุญาตก่อนตัดสินใจ
นักเทรดส่วนใหญ่หมกมุ่นกับ จะซื้อตัวไหน น้อยคนถามคำถามที่ตัดสินว่าคุณจะรอดหรือไม่: ลงเงินต่อไม้เท่าไหร่?
ฟังดูน่าเบื่อ แต่มันคือคันโยกที่ใหญ่ที่สุดที่คุณควบคุมได้ — ใหญ่กว่าจุดเข้า ใหญ่กว่าจุด stop เถียงได้ว่าใหญ่กว่ากลยุทธ์ด้วยซ้ำ ผมเลยทดสอบมันจริงจัง ด้วยคณิตศาสตร์ของเงินจริง
ผมเอาระบบ breakout ของผม ซึ่งเป็น edge ที่ผ่านการพิสูจน์ แล้วรันพอร์ต 1,000,000 บาท ผ่านข้อมูล 21 ปี — ไม้เดียวกัน วิธีออกเดียวกัน เปลี่ยนแค่ ขนาดไม้ นี่คือผลลัพธ์ว่า 1 ล้านกลายเป็นเท่าไหร่ในแต่ละกฎ และบทเรียนที่ซ่อนอยู่
ผลลัพธ์
| เสี่ยงต่อไม้ | 1 ล้านกลายเป็น | drawdown สูงสุด |
|---|---|---|
| 0.25% | 1.68 ล้าน | −9% |
| 0.5% | 2.63 ล้าน | −17.6% |
| 1.0% | 4.87 ล้าน | −27% |
| 2.0% | 4.18 ล้าน | −29% |
ดูสองแถวล่าง เพิ่มความเสี่ยงจาก 1% เป็น 2% — เพิ่มไซส์เป็นเท่าตัว — กลับได้เงิน น้อยลง และ drawdown ใหญ่ขึ้น
ไม่ได้พิมพ์ผิด นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในโพสต์นี้
ทำไมเดิมพันมากขึ้นถึงได้น้อยลง
มันรู้สึกว่าผลตอบแทนควรโตตามความเสี่ยง เดิมพันเท่าตัว ได้เท่าตัว ใช่ไหม?
ผิด — เพราะการขาดทุนไม่ได้บวกกัน มัน ทบต้นย้อนใส่ คุณ ขาดทุน 50% ต้องได้กำไร 100% แค่กลับมาเท่าทุน ยิ่งเดิมพันใหญ่ drawdown ยิ่งลึก และ drawdown ยิ่งลึก กำไรยิ่งโดนกินไปกับการไต่กลับขึ้นจุดสูงเดิม
เลยจุดหนึ่ง การเพิ่มไซส์ทุกหน่วย เพิ่ม drawdown เร็วกว่าที่มันเพิ่มผลตอบแทน เส้นผลตอบแทนไม่ได้ขึ้นต่อ — มัน ขึ้นถึงยอดแล้วพลิกลง ในการทดสอบของผม ยอดอยู่ราว เสี่ยง 1% ต่อไม้ เกินจากนั้นไม่ใช่ความก้าวร้าว แต่คือความไม่มีประสิทธิภาพ
นี่คือหัวใจของคำว่า "risk of ruin" และเป็นเหตุผลที่เทรดเดอร์มืออาชีพที่เดิมพันใหญ่ได้ เลือกเดิมพันเล็ก
จุดที่ดีที่สุด: เล็กกว่าที่อีโก้อยากให้เป็น
ผลตอบแทนต่อความเจ็บที่ดีที่สุด — ความนุ่มของพอร์ตเทียบกับการเติบโต — อยู่ราว เสี่ยง 0.5% ต่อไม้
ที่ 0.5% เงิน 1 ล้านโตเป็น 2.63 ล้าน ด้วย drawdown −17.6% ที่รับได้ และเส้นทุนที่นิ่งกว่ามาก คุณยอมเสียผลตอบแทนดิบบ้างเทียบกับ 1% แต่ตัด drawdown ที่แย่ที่สุดลงอย่างมีนัย และมีโอกาส อยู่ในเกม สูงกว่ามาก — ทั้งทางใจและทางเงิน — ผ่านช่วงยาก ๆ
และจะมีช่วงยากแน่ ระบบผมขาดทุนสามปีติด (2022–2024) ในตลาดไทยที่อ่อนแอ ที่ความเสี่ยง 2% ช่วงนั้นคือหลุม −29% ที่คุกคามพอร์ต ที่ 0.5% มันคือการย่อที่อึดอัดแต่รอดได้ การอยู่รอดคือเงื่อนไขก่อนการทบต้น คุณชนะเกมยาวไม่ได้ถ้าปีแย่ ๆ เขี่ยคุณออกก่อน
"เสี่ยง 0.5%" แปลว่าอะไร
คณิตง่าย ๆ และมันคำนวณไซส์ให้คุณอัตโนมัติ:
ขนาดไม้ = (0.5% × พอร์ต) ÷ (ราคาเข้า − ราคา stop)
พอร์ต 1 ล้าน stop ห่าง 7% จากจุดเข้า คุณเสี่ยง 5,000 บาท = ไม้ราว 71,000 บาท ≈ 7% ของพอร์ตในหุ้นตัวนั้น stop แคบ → ไม้ใหญ่ขึ้น; stop กว้าง → ไม้เล็กลง ความเสี่ยง คงที่ 0.5% เสมอ นั่นคือประเด็น: คุณตรึงความเสี่ยงไว้ แล้วให้กราฟตัดสินขนาด
บทเรียนจริง
เทรดเดอร์ที่เสี่ยง 0.5% กับคนที่เสี่ยง 2% รัน กลยุทธ์เดียวกันเป๊ะ แต่ลงเอยคนละที่ — คนหนึ่งทบต้นนิ่ง ๆ สิบปี อีกคนพอร์ตแตกในปีแย่ ๆ edge เดียวกัน ไซส์ต่างกัน ชีวิตต่างกัน
เดิมพันให้เล็ก ตัดขาดทุนเร็ว ปล่อยกำไรวิ่ง edge นั้นจริงแต่บางและเป็นก้อน ตั้งไซส์เหมือนมันอาจผิดได้ เพราะครึ่งหนึ่งมันผิดจริง
ตามรอย ศึกษา รอจังหวะ จู่โจม — และตั้งไซส์เหมือนคุณตั้งใจจะอยู่ในเกมนี้ไปอีกสิบปี
บันทึกการวิจัยและการเทรดส่วนบุคคล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้จัดทำไม่ได้ให้บริการที่ปรึกษาที่ได้รับใบอนุญาต ตลาดมีความเสี่ยง คุณรับผิดชอบการตัดสินใจของคุณเอง — MOEasymmetry
ฉบับร่าง 2026-06-10 ยังไม่เผยแพร่ | เวอร์ชัน Blockdit คู่กับ EN | ที่มา: portfolio_sim.py (1 ล้านบาท, RS≥80 + ตลาดขาขึ้น, 2005–2026)